เกมแล้ว ศาลตัดสินประหารชีวิตบ่าว ศรีชุมพวง มือปืนรับจ้างยิงถล่มร้านชำ
ถึงแม้ว่าในประเทศไทยของเราจะไม่มีการประหารชีวิตนักโทษจริงๆ ติดต่อกันมาอย่างยาวนานหลายปี แต่โทษประหารชีวิตในประเทศไทยก็ยังคงมีอยู่ มันอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เหล่าคนร้ายไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายก็ว่าได้ อย่างในกรณีล่าสุดของบ่าว ศรีชุมพวงที่ได้ก่อเหตุรับจ้างยิงถล่มเจ้าของร้านขายของชำในจังหวัดสงขลา ล่าสุดศาลตัดสินประหารชีวิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เรายังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าเจ้าตัวจะถูกนำเอาไปประหารจริงหรือไม่

บ่าว ศรีชุมพวงไม่รอด ศาลตัดสินประหารชีวิตคดียิงถล่มร้านชำในจังหวัดสงขลา

คดีมือปืนรับจ้างยิงถล่มร้านขายของชำในจังหวัดสงขลา ล่าสุดสารได้ตัดสินพิพากษาประหารชีวิตบ่าว ศรีชุมพวงหรือนายนิพนธ์ ศรีชุมพวงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าตัวเป็นมือปืนรับจ้างที่ถูกขึ้นบัญชีดำหมายเลข 186 ศาลได้ให้เหตุผลเอาไว้ว่าคดีดังกล่าวถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์และยังเป็นเหตุให้เจ้าของร้านขายของชำเสียชีวิตอีกด้วย 
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 12 มิถุนายนปี 2566 เจ้าของร้านชำในอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มเสียชีวิตคาที่ จากการสืบสวนของตำรวจ พบหลักฐานมัดตัวนายนิพนธ์ ศรีชุมพวง มือปืนรับจ้างบัญชีดำหมายเลข 186 เป็นผู้ลงมือสังหาร โดยมี นายทุนจ้างวาน ให้ฆ่าเพื่อปิดปากคดีเงินกู้นอกระบบ

เกมแล้ว ศาลตัดสินประหารชีวิตบ่าว ศรีชุมพวง มือปืนรับจ้างยิงถล่มร้านชำ

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า นายนิพนธ์ มีเจตนาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ประกอบกับพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคม ยากที่จะให้โอกาสกลับตัว จึงพิพากษาประหารชีวิต การตัดสินคดีนี้ นับเป็นการตอกย้ำนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรมร้ายแรง โดยเฉพาะมือปืนรับจ้าง และเป็นการสร้างความยุติธรรมให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต
อย่างไรก็ตาม ยังมีมือปืนรับจ้างอีกหลายคนที่ยังลอยนวล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน สำหรับประวัติของบ่าว ศรีชุมพวง เคยถูกจับกุมในคดีอาวุธปืนเมื่อปี 2564 และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนเมษายน 2566 ก่อนที่จะมาก่อคดีอุกฉกรรจ์ยิงถล่มร้านชำ คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรม ที่ยังคงเป็นภัยต่อสังคม จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง

โทษประหารชีวิตในประเทศไทย ข้อกฎหมายที่มีไว้ตัดสินอย่างกรณีบ่าว ศรีชุมพวงเท่านั้น
ในยุคนี้มีองค์กรสิทธิมนุษยชนมากมายพยายามที่จะเรียกร้องให้หลายๆ ประเทศยกเลิกโทษประหารชีวิต โดยกล่าวอ้างว่าโทษดังกล่าวไม่ได้ส่งผลให้ผู้กระทำความผิดรู้สึกเกรงกลัวแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันการตัดสินให้ใครสักคนเสียชีวิตถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นสุด แต่อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายกลับมองว่าโทษประหารชีวิตยังควรมีอยู่ อย่างกรณีบ่าว ศรีชุมพวง เพราะเหยื่อที่เสียชีวิตก็ถูกลิดรอนสิทธิมนุษยชนไม่แพ้กัน แถมยังไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้บอกลาคนที่รักด้วยซ้ำไป 
ปัจจุบันโทษประหารชีวิตในประเทศไทยเป็นบทลงโทษขั้นสูงสุดในประมวลกฎหมายอาญา แต่มันก็เป็นเพียงแค่ข้อกฎหมายที่ใช้ในการตัดสิน ไม่ได้ใช้ในการปฏิบัติจริงแต่อย่างใด เพราะในประเทศไทยไม่มีการประหารผู้ต้องโทษมาเป็นระยะเวลายาวนานมากแล้ว นักโทษส่วนใหญ่ที่ถูกตัดสินจึงมักจะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำตลอดชีวิตมากกว่าที่จะโดนประหารชีวิตในเร็ววัน